สำหรับพี่น้องชาวสวนคนทำเกษตรทุกคน ปัญหาชวนปวดหัวที่สุดในแต่ละวันคงหนีไม่พ้นพวกแมลงศัตรูพืชที่คอยจะจ้องเข้ามาเจาะกินและวางไข่ใส่ผลผลิตของเรา ยิ่งในยุคนี้ที่ใครๆ ก็อยากกินผักปลอดภัย ผักกางมุ้ง หรือพืชโรงเรือนราคาดีอย่างเมลอนและพริกเกรดส่งออก การเลือกซื้อตาข่ายกันแมลงหรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่ามุ้งขาว จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกๆ ที่ต้องคิดให้ตก แต่พอเดินเข้าไปในร้านอุปกรณ์เกษตรทีไร คนขายมักจะถามเรากลับมาทุกทีว่าจะเอาความถี่กี่เมช (Mesh) มีตั้งแต่เลขน้อยไปจนถึงเลขมาก จนทำเอาคนรุ่นเก๋าอย่างเรางงไปตามๆ กันว่าตัวเลขพวกนี้มันบอกอะไร แล้วจะเลือกซื้ออย่างไรให้ไม่โดนหลอก วันนี้เอกสุวรรณเกษตร 2001 จะมาอธิบายให้ฟังแบบชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ทุกคนได้ของที่ตรงกับสวนตัวเองและประหยัดเงินในกระเป๋ามากที่สุดครับ
Mesh คืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่า เมช กันก่อนเวลาไปเลือกซื้อจะได้คุยกับช่างรู้เรื่อง คำว่าเมชนี้เป็นหน่วยวัดความถี่ของตาข่าย โดยใช้วิธีนับช่องว่างของรูตาข่ายในความยาวหนึ่งนิ้วไม้บรรทัด ดังนั้นหลักการจำง่ายๆ ที่อยากให้จำขึ้นใจเลยก็คือ ยิ่งตัวเลขเมชสูงเท่าไหร่ รูของมุ้งขาวก็จะยิ่งเล็กและถี่มากขึ้นเท่านั้น พอรูถี่ขึ้นแน่นอนว่ามันก็จะกันแมลงตัวเล็กๆ ได้ดีขึ้นตามไปด้วย แต่สิ่งที่จะตามมาเป็นเงาตามตัวซึ่งชาวสวนมักจะมองข้ามไปก็คือ ลมและอากาศจะพัดผ่านเข้าไปได้ยากขึ้น ทำให้ในมุ้งหรือในโรงเรือนของเราสะสมความร้อนอบอ้าวเอาไว้จนพืชอาจจะเฉาตายได้ การเลือกขนาดเมชจึงไม่มีคำว่าแบบไหนดีที่สุด มีแต่แบบไหนที่เข้ากับชนิดพืชและสภาพอากาศในสวนของเรามากที่สุดครับ
มุ้งขาว 40 Mesh
มาเริ่มดูกันที่ขนาดแรกซึ่งเป็นขนาดพิมพ์นิยมที่ชาวสวนผักส่วนใหญ่เลือกใช้กันมากที่สุด คือขนาด 40 เมช มุ้งขาวขนาดนี้จะมีรูตาข่ายกว้างประมาณศูนย์จุดสี่มิลลิเมตร ถ้าลองเอามือทาบดูจะยังพอมองเห็นช่องระบายอากาศได้ชัดเจน ประโยชน์หลักของขนาด 40 เมชคือ ลมพัดผ่านเข้าออกได้ดีมาก แสงแดดส่องถึงเต็มที่ ทำให้ภายในแปลงปลูกไม่ร้อนอบอ้าวและไม่เกิดความชื้นสะสมจนกลายเป็นเชื้อรา มันสามารถป้องกันแมลงตัวใหญ่อย่างพวกหนอนผีเสื้อ แมลงวันทอง ตั๊กแตน หรือเพลี้ยกระโดดได้อย่างสบายๆ ขนาดยอดฮิตนี้จึงเหมาะที่สุดสำหรับพ่อๆ แม่ๆ ที่กำลังจะทำมุ้งครอบแปลงผักสลัด ผักกินใบ ผักสวนครัวทั่วไป หรือโรงเรือนเพาะเห็ดที่ต้องการอากาศถ่ายเทตลอดเวลา ถือเป็นขนาดที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลคุ้มค่ามากสำหรับผักสวนครัวทั่วไป
มุ้งขาว 50 Mesh
ขยับความถี่ขึ้นมาอีกระดับสำหรับสวนที่เริ่มปลูกพืชเงินล้าน นั่นคือขนาด 50 เมช ตัวนี้รูตาข่ายจะบีบเล็กลงมาเหลือเพียงประมาณศูนย์จุดสามมิลลิเมตรเท่านั้น ตาจะเริ่มถี่จนเนื้อผ้าดูหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสามารถพิเศษของขนาด 50 เมชที่เพิ่มขึ้นมาคือ มันสามารถบล็อกแมลงตัวเล็กจิ๋วอย่างพวกเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาวได้อยู่หมัด ซึ่งเจ้าแมลงสองตัวนี้คือตัวการสำคัญที่ชอบนำโรคไวรัสมาแพร่ระบาดในพืชตระกูลแตง แต่ข้อควรระวังคือลมจะเริ่มผ่านยากขึ้น ถ้าแดดจัดๆ ข้างในจะร้อนกว่าข้างนอกพอสมควร มุ้งขนาดนี้จึงเหมาะเจาะมากสำหรับชาวสวนที่ตั้งใจจะทำโรงเรือนปลูกเมลอน ปลูกพริก มะเขือเทศ หรือพืชตระกูลแตงที่ไวต่อโรคแมลงเป็นพิเศษ ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกนิดเพื่อแลกกับความปลอดภัยของผลผลิตที่ราคาสูงครับ
มุ้งขาว 80 Mesh
สุดท้ายคือขนาดหนาพิเศษที่ถี่ที่สุดในท้องตลาดทั่วไป คือขนาด 80 เมช ตัวนี้รูจะเล็กจิ๋วส่องแทบไม่ทะลุ ลมและอากาศแทบจะผ่านไม่ได้เลย ประโยชน์ของมันคือการป้องกันภัยจากภายนอกได้เกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ กันแมลงได้ทุกชนิดรวมถึงช่วยลดแรงปะทะของละอองฝนเวลาเจอพายุไม่ให้ยอดผักช้ำ และช่วยกันฝุ่นละอองได้ดี แต่เนื่องจากมันระบายอากาศไม่ได้เลย ถ้าเอาไปกางสุ่มสี่สุ่มห้ากลางแดดเมืองไทย พืชด้านในจะสุกคาต้นเพราะความร้อนที่อบอยู่ด้านใน มุ้ง 80 เมชจึงไม่ได้ทำมาเพื่อกางแปลงผักทั่วไป แต่ทำมาสำหรับโรงเรือนระบบปิดที่ติดตั้งพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่หรือระบบพ่นหมอก หรือใช้ในงานเพาะเนื้อเยื่อขยายพันธุ์พืชในห้องทดลองเท่านั้น หากสวนเราเป็นระบบเปิดธรรมดา ขอให้ข้ามขนาดนี้ไปได้เลยครับเพราะนอกจากจะแพงเกินความจำเป็นแล้วยังจะส่งผลเสียต่อพืชอีกด้วย
เทคนิคการเลือกซื้อมุ้งขาวให้ทนทาน คุ้มค่าเงิน ไม่โดนหลอก
นอกจากเรื่องความถี่ของรูตาข่ายแล้ว เวลาเดินไปเลือกซื้อที่ร้าน แนะนำให้พี่น้องชาวสวนลองเอามือจับเนื้อพลาสติกดูด้วย มุ้งขาวที่ดีและทนแดดเมืองไทยได้เป็นสิบๆ ปี จะต้องผลิตจากพลาสติกเกรดดีที่มีการผสมสารป้องกันรังสี ยูวี (UV) เอาไว้ด้วย เพราะถ้าเราไปซื้อของถูกที่ไม่ได้ผสมสารกันยูวี โดนแดดเผาไม่ถึงปีเนื้อตาข่ายจะกรอบ แตก และขาดคามือเวลาเราลมพัดแรงๆ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาต้องมานั่งขึงใหม่ นอกจากนี้ควรเลือกมุ้งที่ใช้เทคโนโลยีการทอด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพราะเส้นด้ายจะถูกล็อกตำแหน่งไว้แน่น เวลาโดนกิ่งไม้เกี่ยวเป็นรู รูนั้นจะไม่รันขยายกว้างจนเสียหายทั้งผืนเหมือนงานทอมือรุ่นเก่าครับ
สรุป
สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก่อนควักเงินซื้อ ถ้าตั้งใจจะปลูกผักกินใบ ผักสลัดทั่วไปในแปลงเปิด อยากได้อากาศโล่งสบาย ให้เลือกขนาด 40 เมชก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าสวนของใครเน้นปลูกเมลอน ปลูกพริก หรือพืชที่กลัวเรื่องเพลี้ยไฟและโรคไวรัสลงตับ แนะนำให้ขยับมาลงทุนกับขนาด 50 เมชจะปลอดภัยกว่า ส่วนขนาด 80 เมชให้เก็บไว้ใช้กับโรงเรือนติดพัดลมระบบปิดเท่านั้นครับ หากพ่อแม่พี่น้องชาวสวนท่านใดอ่านแล้วยังไม่แน่ใจ วัดขนาดแปลงไม่ถูก หรืออยากได้คำแนะนำเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์ระบบน้ำ พลาสติกโรงเรือน เพิ่มเติม สามารถแวะเข้ามานั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ เอกสุวรรณเกษตร 2001 ย่านบางขุนนนท์ หรือทักคอมเมนต์เข้ามาพูดคุยกันในช่องทางออนไลน์ได้ตลอดเวลาครับ ร้านเราเปิดมานานกว่าสี่สิบปี พร้อมให้คำปรึกษาด้วยความจริงใจเหมือนคนในครอบครัวแน่นอนครับ
