🚚จัดส่งฟรี !! เมื่อซื้อสินค้าครบ ฿1000 ขึ้นไป‼🚚

พิเศษ สั่งซื้อสินค้า ฿5000 ขึ้นไป สามารถ ผ่อนชำระบัตรเครดิต
สูงสุด 0% | 10 เดือน !!!

สั่งของได้ ส่งของได้ตามปกติค่ะ ^^

ระบบน้ำโรงเรือนเริ่มต้นต้องใช้อะไรบ้าง? คู่มือวางระบบสำหรับมือใหม่

การวางระบบชลประทานอัตโนมัติสำหรับโรงเรือนและสวนเกษตรขนาดเล็ก เป็นการลงทุนที่ช่วยประหยัดเวลาและรักษาระดับความชื้นให้พืชพรรณเจริญเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอ การออกแบบระบบน้ำที่ดีจำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าใจหลักวิศวกรรมชลประทานเบื้องต้น ทั้งเรื่องการประเมินแรงดันน้ำ การคำนวณปริมาณการใช้น้ำ และการแยกวงจรการจ่ายน้ำให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทนทาน และคุ้มค่าเงินในระยะยาว

ระบบน้ำโรงเรือน คืออะไร

ระบบน้ำโรงเรือน คือการจัดสรรและส่งผ่านน้ำพร้อมธาตุอาหารจากแหล่งต้นน้ำผ่านแรงดันปั๊ม เข้าสู่ระบบกรองความละเอียดสูง ลำเลียงผ่านระบบท่อส่งน้ำเพื่อกระจายออกสู่หัวจ่ายน้ำบริเวณแปลงปลูกอย่างแม่นยำ ทั้งในด้านปริมาณ อัตราการไหล และช่วงเวลาการรดน้ำ การวางระบบน้ำที่มีเสถียรภาพจะช่วยทุ่นแรง ประหยัดเวลารดน้ำ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคพืชจากความชื้นส่วนเกิน และช่วยให้พืชทุกต้นในโรงเรือนได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอเท่าเทียมกัน

ระบบน้ำโรงเรือนมีอุปกรณ์พื้นฐานอะไรบ้าง

โครงสร้างของระบบน้ำโรงเรือนและสวนเกษตรประกอบด้วยอุปกรณ์มาตรฐานหลักๆ ได้แก่ ถังพักน้ำสำรองสำหรับพักปรับอุณหภูมิและผสมปุ๋ย, ปั๊มน้ำเกษตรสำหรับเพิ่มแรงดันส่งน้ำ, ชุดกรองดิสก์หรือกรองตะแกรงเพื่อดักจับตะกอนป้องกันการอุดตันของหัวจ่าย, ท่อส่งน้ำพีวีซีหรือเอชดีพีอีขนาด 32 มิลลิเมตรสำหรับเดินเป็นท่อเมนหลัก, ท่อย่อยพีอีขนาด 16 ถึง 20 มิลลิเมตรพร้อมสายไมโครสำหรับเดินตามแนวแปลงปลูก, และหัวจ่ายน้ำปลายสายชนิดต่างๆ รวมถึงวาล์วไฟฟ้า บอลวาล์ว ข้อต่อสวมอัด และตู้ควบคุมตั้งเวลาอัตโนมัติ

6 ข้อควรคำนวณและวางแผนก่อนการติดตั้งระบบน้ำ

6 ข้อควรคำนวณและวางแผนก่อนการติดตั้งระบบน้ำ

ก่อนการเลือกซื้ออุปกรณ์และลงมือติดตั้ง ควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานทางกายภาพเพื่อป้องกันปัญหาแรงดันน้ำตกหรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ดังนี้

  • การตรวจสอบแรงดันและปริมาณน้ำประปา: การต่อระบบน้ำจากท่อประบาลโดยตรง (ก๊อกขนาดครึ่งนิ้ว) จะให้อัตราการไหลประมาณ 9 ลิตรต่อนาที ที่แรงดันประมาณ 1 ถึง 1.5 บาร์ ซึ่งผันแปรได้ตามช่วงเวลา ดังนั้น การต่อตรงจากประปาจึงเหมาะเฉพาะระบบน้ำหยดหรือระบบมินิสปริงเกอร์ในพื้นที่ขนาดเล็กเท่านั้น
  • การแยกวงจรระบบน้ำออกจากระบบประปาในบ้าน: ห้ามต่อระบบรดน้ำเกษตรเข้ากับปั๊มน้ำบ้านโดยตรง เนื่องจากช่วงเวลาการรดน้ำอัตโนมัติตามมิเตอร์จะทำให้อัตราการไหลและแรงดันน้ำภายในบ้านตก ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของผู้อยู่อาศัย
  • การจัดตั้งถังพักน้ำและปั๊มน้ำเกษตรเฉพาะ: ควรมีถังเก็บน้ำสำรองเพื่อพักตกตะกอน และเชื่อมต่อเข้ากับปั๊มน้ำเกษตรแยกต่างหาก เพื่อให้ระบบรดน้ำมีแรงดันที่แน่นอนและไม่ขาดแคลนน้ำขณะปั๊มทำงาน
  • การแยกปั๊มสำหรับระบบพ่นหมอก: ระบบพ่นหมอกลดความร้อนในโรงเรือนจะทำงานถี่กว่าระบบอื่น (เช่น พ่นทุก 30 นาที) จึงไม่ควรใช้ปั๊มหอยโข่งขนาดใหญ่เพราะสิ้นเปลืองพลังงาน ควรเลือกใช้ปั๊มแรงดันต่ำประเภทไดอะแฟรมที่ประหยัดไฟและคุ้มค่ากว่า
  • การแยกตู้ควบคุมไฟฟ้า: ตู้ควบคุมและระบบตั้งเวลาการรดน้ำ (Timer) ควรแยกวงจรออกจากระบบไฟฟ้าในบ้าน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและป้องกันปัญหากระแสไฟฟ้าลัดวงจร
  • การเลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง: การเลือกใช้ท่อ ข้อต่อ และวาล์วที่ผสมสารป้องกันรังสี ยูวี จะช่วยยืดอายุการใช้งานกลางแจ้ง ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาว

เลือกแหล่งน้ำ ถังพักน้ำ และปั๊มน้ำอย่างไร

การจัดหาต้นน้ำต้องตรวจสอบแรงดันและปริมาณน้ำก่อนเสมอ หากต่อตรงจากท่อประปาโดยตรงผ่านก๊อกขนาดครึ่งนิ้ว จะให้อัตราการไหลประมาณ 9 ลิตรต่อนาที ที่แรงดันประมาณ 1 ถึง 1.5 บาร์ ซึ่งเหมาะแค่ระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกอร์ในพื้นที่ขนาดเล็กเท่านั้น หากทำโรงเรือนจริงจังห้ามต่อร่วมกับปั๊มน้ำบ้านเพราะจะทำให้แรงดันน้ำในบ้านตก จึงควรจัดตั้งถังพักน้ำสำรองและใช้ปั๊มน้ำเกษตรแยกต่างหาก ส่วนระบบพ่นหมอกที่ต้องทำงานบ่อยเพื่อลดความร้อน ควรเลือกใช้ปั๊มไดอะแฟรมแรงดันต่ำที่ประหยัดไฟแทนปั๊มหอยโข่งขนาดใหญ่

ไส้กรองและชุดควบคุมแรงดันจำเป็นแค่ไหน

ไส้กรองและชุดควบคุมแรงดันถือเป็นอุปกรณ์หัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากหัวจ่ายน้ำเกษตรอย่างหัวน้ำหยดหรือหัวพ่นหมอกมีรูจ่ายน้ำขนาดเล็กมาก ตะกอนหรือตะไคร่น้ำเพียงเล็กน้อยก็ทำให้หัวอุดตันได้ง่าย การติดตั้งกรองดิสก์จะช่วยดักจับตะกอนและยืดอายุการใช้งานของระบบน้ำได้อย่างดี ส่วนเกจวัดและชุดควบคุมแรงดันจะช่วยรักษาระดับแรงดันน้ำภายในท่อให้คงที่ ป้องกันปัญหาท่อหลุดจากแรงดันเกิน หรือปัญหาน้ำไหลไม่ถึงปลายสายเนื่องจากแรงดันตก

วางท่อเมน ท่อย่อย และวาล์วในโรงเรือนอย่างไร

การวางแนวท่อเริ่มจากการเขียนแปลนจำแนกกลุ่มพืช จัดวางตำแหน่งหัวจ่ายให้รัศมีวงน้ำครอบคลุมพอดีโดยไม่ฉีดโดนผนังบ้าน แล้วคำนวณปริมาณน้ำรวมเพื่อทำการแบ่งโซนรดน้ำ ซึ่งสัดส่วนการจ่ายน้ำที่เหมาะสมสำหรับระบบขนาดเล็กไม่ควรเกิน 70 ลิตรต่อนาที หรือประมาณ 4 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงต่อหนึ่งโซน จากนั้นเดินท่อเมนหลักพีวีซีหรือเอชดีพีอีออกจากปั๊ม แล้วแยกเข้าท่อย่อยพีอีตามแนวแปลง พร้อมติดตั้งวาล์วไฟฟ้าคุมแยกโซน และแยกตู้ควบคุมไฟฟ้าออกจากระบบไฟบ้านเพื่อความปลอดภัย

เลือกหัวน้ำหยด สปริงเกลอร์ หรือระบบพ่นหมอกแบบไหนดี

การเลือกประเภทหัวจ่ายน้ำขึ้นอยู่กับชนิดพืชเป็นหลัก ระบบน้ำหยดเหมาะกับพืชในกระถาง ถุงปลูก หรือเมลอน เพื่อให้น้ำตรงเข้าโคนรากโดยใบไม่เปียกและลดการเกิดโรครา หัวจ่ายแบบมินิสปริงเกอร์หรือสเปรย์เหมาะกับผักสลัด ผักกินใบ แปลงเพาะกล้า หรือไม้คลุมดินที่ต้องการความชื้นสม่ำเสมอบริเวณหน้าดิน ส่วนระบบพ่นหมอกเหมาะสำหรับการเพิ่มความชื้น ละอองน้ำละเอียด และช่วยลดอุณหภูมิความร้อนภายในโรงเรือน เช่น โรงเรือนกล้วยไม้หรือสับปะรดสี

รายการอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับระบบน้ำโรงเรือนและสวนเกษตร

หมวดหมู่อุปกรณ์ชื่ออุปกรณ์และหน้าที่รูปแบบการเลือกใช้งานที่เหมาะสม
ต้นน้ำและควบคุมถังพักน้ำ และ ปั๊มน้ำเกษตรใช้พักน้ำปรับอุณหภูมิ และเพิ่มแรงดันน้ำส่งเข้าโซนปลูก
การกรองน้ำกรองดิสก์ หรือ กรองตะแกรงกรองตะกอนและตะไคร่น้ำ ป้องกันการอุดตันของหัวจ่ายน้ำ
ท่อส่งน้ำหลักท่อพีวีซี หรือ ท่อเอชดีพีอี (32 มม.)ใช้เป็นท่อเมนหลักส่งน้ำจากปั๊มไปยังโซนต่างๆ รับแรงดันได้ดี
ท่อส่งน้ำย่อยท่อย่อยพีอี (16-20 มม.) และ สายไมโครเดินเข้าแปลงปลูกและเจาะยึดเข้ากับหัวจ่ายน้ำปลายสาย
หัวจ่ายน้ำปลายสายหัวน้ำหยด, มินิสปริงเกอร์, หัวพ่นหมอกเลือกตามชนิดพืช เช่น น้ำหยดสำหรับไม้กระถาง/เมลอน, พ่นหมอกสำหรับโรงเรือน

ขั้นตอนวางระบบน้ำโรงเรือนสำหรับมือใหม่

ขั้นตอนวางระบบน้ำโรงเรือนสำหรับมือใหม่

ขั้นตอนการติดตั้งเริ่มจากการปรับพื้นที่ วางถังพักและปั๊มน้ำ ต่อเข้าตู้ควบคุม เดินท่อเมนหลัก และต่อท่อย่อยพีอีไปตามแถวปลูก ขั้นตอนสำคัญมากที่ต้องทำก่อนติดตั้งหัวจ่ายน้ำคือ การเปิดน้ำฉีดล้างระบบท่อเพื่อขับเศษฝุ่น คราบกาว และเศษพลาสติกออกจากระบบให้หมด สำหรับข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการติดตั้งหัวจ่ายน้ำก่อนฉีดล้างท่อ การตัดชุดกรองน้ำออกเพื่อประหยัดงบ และการเลือกใช้อุปกรณ์เกรดต่ำที่ไม่ผสมสารป้องกันรังสี ยูวี ซึ่งจะทำให้ระบบชำรุดเสียหายเร็ว

หากท่านกำลังวางแผนติดตั้งระบบน้ำโรงเรือนและต้องการคำนวณสเปกปั๊มน้ำ หรือเลือกซื้ออุปกรณ์ทำระบบน้ำคุณภาพสูงราคาส่ง สามารถนำแปลนพื้นที่เข้ามารับคำปรึกษาและถอดรายการอุปกรณ์ได้ที่ เอกสุวรรณเกษตร 2001 ย่านบางขุนนนท์ หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้าน ทางเรามีทีมงานพร้อมให้คำแนะนำและจัดชุดอุปกรณ์ที่คุ้มค่าที่สุดครับ

Picture of เอกสุวรรณการเกษตร

เอกสุวรรณการเกษตร

ผู้เชี่ยวชาญด้าน เกษตรโรงเรือน อุปกรณ์โรงเรือน พลาสติกโรงเรือน พลาสติกปูบ่อ มานานกว่า 30 ปี
เราได้รับความวางใจโดยเกษตรกรทั่วไทย มามากกว่า 100,000 ราย

สารบัญ

กรอกข้อมูลเพื่อรับคูปองส่วนลดทันที

ยินดีด้วยคุณได้รับคูปองส่วนลด

				
					VIP2026-30P