การบริหารจัดการแสงแดดในโรงเรือนหรือแปลงเกษตร ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเจริญเติบโตของพืชพรรณทุกชนิด เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศไทยในปัจจุบันมีดัชนีความร้อนและรังสีความร้อนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ตาข่ายกรองแสง” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สแลน” จึงเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการช่วยลดทอนความเข้มของแสงแดด อย่างไรก็ตาม การเลือกเปอร์เซ็นต์การกรองแสงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 50%, 70% ไปจนถึง 90% จะให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับกลุ่มพืชที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทางเอกสุวรรณเกษตร 2001 จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์การเลือกใช้งานสแลนแต่ละขนาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สแลนกรองแสง 50 เปอร์เซ็นต์

สแลนกรองแสงขนาด 50% คือ ตาข่ายที่ยอมให้ลำแสงแดดส่องผ่านลงมายังต้นพืชได้กึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50% ของความเข้มข้นแสงภายนอกทั้งหมด และทำหน้าที่พรางแสงส่วนที่เหลือเอาไว้ จุดเด่นของสแลนขนาดนี้คือช่วยลดความร้อนสะสมลงได้บางส่วน แต่ยังคงรักษาความเข้มของแสงที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชที่ชอบแดดจัดเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
กลุ่มพืชที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสแลน 50% ได้แก่ พืชผักสวนครัวทั่วไป ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ ไม้ดอกไม้ประดับที่ต้องการแดดจัดเพื่อเร่งสีและเร่งดอก รวมถึงต้นกล้าไม้ที่เริ่มแข็งแรงและเตรียมพร้อมจะย้ายลงแปลงปลูกระบบเปิด การเลือกใช้สแลน 50% จะช่วยป้องกันไม่ให้ใบพืชเกิดอาการไหม้เกรียมจากแดดเที่ยงวัน โดยที่ลำต้นไม่ยืดหรือเรียวบางจนเกินไปเนื่องจากอาการขาดแสง
สแลนกรองแสง 70 เปอร์เซ็นต์

สแลนกรองแสงขนาด 70% เป็นขนาดพรางแสงระดับปานกลางค่อนไปทางสูง โดยจะบล็อกแสงแดดเอาไว้ถึง 70% และปล่อยให้แสงส่องผ่านลงมาสัมผัสพืชเพียง 30% เท่านั้น การใช้สแลนขนาดนี้จะช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศใต้สแลนจะมีความร่มรื่นและรักษาความชื้นในดินได้ยาวนานขึ้น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดตลอดทั้งวันโดยไม่มีร่มเงาของไม้ยืนต้นช่วยบัง
กลุ่มพืชที่เหมาะสมกับสแลน 70% จะเป็นกลุ่มพืชที่ไม่ชอบแดดจัดโดยตรง หรือพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มรำไร เช่น ไม้ใบประดับตระกูลบอนสี, อโลคาเซีย, พลูด่าง, หน้าวัวใบ, รวมถึงโรงเรือนเพาะเห็ดบางชนิด และแปลงเพาะชำกล้าไม้ในระยะแรกเริ่มที่ระบบรากยังฝังตัวไม่แข็งแรงดี การใช้ความถี่ระดับนี้จะช่วยชะลอการระเหยของน้ำ ทำให้พืชไม่เกิดภาวะขาดน้ำหรือเหี่ยวเฉาในช่วงบ่าย
สแลนกรองแสง 90 เปอร์เซ็นต์

สแลนกรองแสงขนาด 90% ถือเป็นระดับความถี่สูงสุดที่มีการใช้งานทั่วไปในภาคเกษตรกรรมและงานพรางแสงเฉพาะทาง ตาข่ายจะมีความหนาแน่นสูงมากจนแสงสามารถลอดผ่านลงมาได้เพียง 10% เท่านั้น โครงสร้างการทอที่ถี่จัดนี้มีคุณสมบัติเด่นในการสกัดกั้นรังสีความร้อนและแสงแดดเกือบทั้งหมด ทำให้พื้นที่ด้านล่างมีความเย็นและมีความเข้มแสงต่ำคล้ายกับอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่
เนื่องจากปริมาณแสงที่ส่องผ่านมีน้อยมาก สแลน 90% จึงไม่เหมาะสำหรับการนำไปใช้คลุมพืชผักสวนครัวหรือพืชที่ต้องใช้แสงในการปรุงอาหาร แต่จะมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโรงเรือนเพาะเลี้ยงกล้วยไม้บางสายพันธุ์, พืชตระกูลเฟิร์น, มอส, หรือไม้ป่าดิบชื้นที่ไวต่อแสงแดดอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เกษตรกรยังนิยมนำสแลน 90% ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น การทำหลังคาลานจอดรถ การบังสายตาบริเวณเขตก่อสร้าง หรือการบุรอบโรงเรือนเพื่อลดแรงปะทะของลมและฝุ่นละออง
วิธีเลือกสีของสแลนพรางแสง
นอกเหนือจากการเลือกเปอร์เซ็นต์ความถี่ของตาข่ายแล้ว “สีของสแลน” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อการเติบโตของพืช โดยสีที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 สีหลัก คือ สีเขียว และ สีดำ ซึ่งให้คุณสมบัติในการหักเหแสงที่แตกต่างกัน
- สแลนสีดำ: มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและแสงแดดไว้ที่ตัววัสดุ ทำให้แสงที่ส่องผ่านลงมาเป็นแสงสีธรรมชาติ (Natural Light) ไม่บิดเบือนไปจากความจริง เหมาะสำหรับพืชทุกชนิดที่ต้องการแสงแท้ในการสังเคราะห์แสง และช่วยให้ผู้ดูแลสามารถสังเกตสีที่แท้จริงของใบพืชเพื่อประเมินโรคพืชได้แม่นยำ
- สแลนสีเขียว: ทำหน้าที่สะท้อนแสงสีเขียวออกและยอมให้แสงสีอื่นส่องผ่านลงมา แสงใต้สแลนจะมีลักษณะเป็นสีเขียวรำไร ซึ่งช่วยให้สายตาของมนุษย์รู้สึกเย็นสบาย นิยมใช้กับไม้ดอกไม้ประดับเพื่อความสวยงาม แต่อาจทำให้การสังเกตสีใบพืชจริงทำได้ยากขึ้นเล็กน้อย
สรุป
สรุปแนวทางการตัดสินใจสำหรับเกษตรกรในการเลือกซื้อสแลนกรองแสงครับ หากเป้าหมายของท่านคือการปลูก “ผักสลัด ผักกินใบ หรือพืชไร่ทั่วไป” สแลนขนาด 50% สีดำ คือตัวเลือกทางเศรษฐศาสตร์ที่ดีที่สุด แต่หากต้องการทำ “โรงเรือนไม้ใบ หรือแปลงเพาะกล้า” ควรขยับมาใช้ขนาด 70% ส่วนขนาด 90% ควรเก็บไว้ใช้กับ “ไม้ร่มจัดหรือเรือนเพาะชำเฉพาะทาง” เท่านั้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคือการตรวจสอบโครงสร้างการทอ ควรเลือกสแลนที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกความหนาแน่นสูง (HDPE) ที่มีการผสมสารป้องกันรังสี UV เพื่อป้องกันไม่ให้ตาข่ายกรอบและเปื่อยขาดง่ายเมื่อต้องตากแดดเป็นเวลานาน หากท่านต้องการคำนวณระยะความกว้างหรือต้องการเลือกดูเนื้อสแลนทอ 3 เข็ม หรือ 4 เข็มเกรดพรีเมียม สามารถเข้ามาปรึกษาและเลือกซื้อได้ที่ เอกสุวรรณเกษตร 2001 (ย่านบางขุนนนท์) หรือติดต่อผ่านระบบออนไลน์ของทางร้านได้ทุกช่องทาง เราพร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานการเกษตรอย่างแท้จริงครับ
